รู้หรือไม่? ตอนนี้ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่จะทำให้อุ่นใจยิ่งขึ้น โดยทาง สำนักงาน คปภ. ได้ประกาศปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้ง จากเดิม 10 ล้านบาท พุ่งขึ้นเป็น 20 ล้านบาท แล้วครับ!
ทำไมถึงต้องเพิ่ม? และเราต้องจ่ายแพงขึ้นไหม? บทความนี้สรุปทุกประเด็นที่คุณต้องรู้มาให้แล้วครับ
ทำไมต้องเพิ่มวงเงินเป็น 20 ล้านบาท?
ที่ผ่านมา วงเงินความคุ้มครองสูงสุดจะอยู่ที่ 10 ล้านบาทต่อครั้ง ซึ่งฟังดูเหมือนเยอะใช่ไหมครับ? แต่จากสถิติอุบัติเหตุใหญ่ๆ ที่ผ่านมา เช่น รถทัวร์คว่ำ หรือรถชนกันหลายคันที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก (Mass Disaster) เงินจำนวน 10 ล้านบาทนี้มักจะไม่เพียงพอที่จะเยียวยาผู้เสียหายทุกคนได้อย่างทั่วถึง
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและครอบคลุมความสูญเสียจริงๆ คปภ. จึงเคาะมาตรการใหม่ ขยายวงเงินความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทุกครอบครัวจะได้รับการชดเชยอย่างเต็มที่ครับ
ประกันแบบไหนปรับเพิ่มบ้าง?
การปรับเพิ่มวงเงินครั้งนี้ ครอบคลุมรถทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ หรือรถบัส โดยแบ่งเงื่อนไขตามประเภทประกันดังนี้ครับ:
1. ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
-
สิ่งที่เปลี่ยน: ปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสูงสุดเป็น 20 ล้านบาทต่อครั้ง
-
ค่าเบี้ยประกัน: เท่าเดิม! (ไม่มีการเก็บเงินเพิ่ม)
-
เริ่มเมื่อไหร่: มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป
-
ข้อควรรู้: สำหรับกรมธรรม์ที่ซื้อก่อนหน้านี้ แม้ในเอกสารจะระบุไว้ 10 ล้านบาท แต่บริษัทประกันจะอนุโลมปรับความคุ้มครองให้เป็น 20 ล้านบาทโดยอัตโนมัติตามกฎหมายใหม่ครับ
2. ประกันภัยภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, 2+, 3+ ฯลฯ)
-
สิ่งที่เปลี่ยน: กำหนดให้วงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อครั้ง
-
เริ่มเมื่อไหร่: มีผลสำหรับการทำสัญญาใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
สรุปสั้นๆ เข้าใจง่าย
ไม่ว่าคุณจะขับรถอะไร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (สำหรับ พ.ร.บ.) และในอนาคตอันใกล้ (สำหรับประกันภาคสมัครใจ) วงเงินความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้งจะขยับขึ้นเป็น 20 ล้านบาท เพื่อรองรับอุบัติเหตุใหญ่ ให้ทุกคนอุ่นใจว่าจะมีวงเงินเพียงพอในการดูแลรักษาและเยียวยาหากเกิดเหตุสุดวิสัยครับ
ขับขี่ปลอดภัย มีสติทุกครั้งที่จับพวงมาลัย ด้วยความปรารถนาดีจาก [ชื่อเว็บไซต์/แบรนด์ของคุณ]




