การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” และความเข้าใจเกี่ยวกับ ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเราเองและลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
สำหรับมือใหม่หรือใครที่เพิ่งมีรถคันแรก แล้วยังสับสนว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นมาต้องโทรหาใคร ทำอย่างไรบ้าง? บทความนี้ได้รวบรวม ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ แบบเข้าใจง่าย ทีละสเต็ป มาฝากกันครับ
รูปแบบการเคลมประกันรถยนต์ที่คุณต้องรู้
ก่อนจะไปดูขั้นตอน เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเคลมประกันรถยนต์หลักๆ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ:
-
การเคลมสด (Fresh Claim): การเคลม ณ ที่เกิดเหตุทันที มักเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี มีความเสียหายรุนแรง หรือต้องการให้เจ้าหน้าที่ประกันมาตรวจสอบหน้างาน
-
การเคลมแห้ง (Dry Claim): การเคลมหลังจากเกิดเหตุผ่านไปแล้ว มักเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา, หินดีดใส่กระจก หรือครูดฟุตบาท

5 ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุสดๆ ร้อนๆ
หากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำเป็นต้องเคลมสด ให้ปฏิบัติตาม ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ ดังนี้ครับ:
1. ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน และตรวจเช็กความปลอดภัย
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ หากรถยังสามารถขยับได้และอยู่ในจุดที่อันตราย ให้เลื่อนรถเข้าข้างทางเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร (แต่แนะนำให้ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุและลักษณะการชนไว้ก่อนย้ายรถ) และตรวจเช็กว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่
2. โทรแจ้งบริษัทประกันภัยทันที
โทรหาคอลเซ็นเตอร์ของบริษัทประกันที่คุณทำอยู่ โดยเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้พร้อม เช่น:
-
ทะเบียนรถและยี่ห้อรถ
-
สถานที่เกิดเหตุ (จุดสังเกตใกล้เคียง)
-
ลักษณะการเกิดเหตุเบื้องต้น
3. เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (เซอร์เวย์เยอร์) เดินทางมา ให้คุณเตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว:
-
ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
-
สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (ถ้ามี หรือจำเลขกรมธรรม์ได้)
-
สำเนาทะเบียนรถ
4. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและออก “ใบเคลม”
เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันมาถึง จะทำการตรวจสอบความเสียหาย สอบถามเหตุการณ์ และบันทึกข้อมูล หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ จะออก “ใบเคลม” (หรือใบรับรถเพื่อจัดซ่อม) ให้กับคุณ
สิ่งสำคัญที่ต้องทำ: ตรวจเช็กรายการความเสียหายในใบเคลมให้ถี่ถ้วนว่าตรงตามจริงและครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะเซ็นชื่อรับรอง
ใบเคลมมีอายุ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ แต่หากคุณเป็น ฝ่ายถูก และต้องการเรียกเงินค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์จากประกันของคู่กรณี คุณต้องดำเนินการเรียกร้องและดำเนินการฟ้องร้องภายใน 1 ปี (อ้างอิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
5. นำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการ
คุณสามารถนำใบเคลมที่ได้ ไปติดต่ออู่ในเครือ หรือศูนย์บริการ (ซ่อมห้าง) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณเพื่อนัดวันนำรถเข้าซ่อมได้เลย เป็นอันสิ้นสุด ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ ในส่วนของหน้างาน
เอกสารที่ต้องใช้ในการเคลมประกันรถยนต์ (สรุปสั้นๆ กันลืม)
เพื่อไม่ให้เสียเวลาเวลาไปที่อู่หรือศูนย์บริการ ควรพกเอกสารเหล่านี้ไปด้วยทุกครั้ง:
-
ใบเคลม (ฉบับจริงที่ได้จากเจ้าหน้าที่)
-
สำเนาใบขับขี่ของคนขับตอนเกิดเหตุ
-
สำเนาทะเบียนรถ
-
สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์
สรุป
เห็นไหมครับว่า ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หัวใจสำคัญคือการมีสติและการเตรียมเอกสารให้พร้อม และที่สำคัญที่สุดคือการเลือกทำประกันรถยนต์ที่ให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมและมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทางครับ




