ข่าวดีสำหรับคนขับรถดี! ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป วงการประกันภัยรถยนต์ไทยกำลังจะเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ด้วยระบบ “กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่” สำหรับรถยนต์สันดาป (รถใช้น้ำมันทั่วไป) เปลี่ยนจากระบบเดิมที่คิดเบี้ยเหมาจ่าย มาเป็น “ขับดี จ่ายถูก” ยิ่งประวัติดี ยิ่งมีส่วนลด แต่ถ้าใครยังงงว่าระบบใหม่คืออะไร ต้องทำยังไง บทความนี้สรุปมาให้ครบ จบในที่เดียวครับ
ทำไมต้องเปลี่ยนเป็น “ระบุชื่อผู้ขับขี่”?
ที่ผ่านมา ประกันรถยนต์ส่วนใหญ่มักไม่ระบุชื่อคนขับ ทำให้บริษัทประกันคำนวณความเสี่ยงได้ยาก ผลก็คือ คนขับรถดี ต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันแพงเท่ากับคนขับรถไม่ดี
กฎใหม่นี้จึงออกมาเพื่อ “ความเป็นธรรม” โดยเฉพาะครับ โดยจะคิดค่าเบี้ยตามพฤติกรรมการขับขี่จริงของแต่ละบุคคล:
-
คนขับดี: จ่ายถูกลง (ได้รับส่วนลด)
-
คนขับเสี่ยงสูง: จ่ายตามจริง
ไฮไลท์สำคัญ: ส่วนลด 2 ต่อ สูงสุด 80%
ระบบใหม่นี้ไม่ได้ดูแค่อายุหรือประวัติรถ แต่ดูที่ “พฤติกรรมคนขับ” โดยแบ่งความเสี่ยงเป็น 5 ระดับ หากคุณขับรถดี ไม่มีอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิด คุณมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยแบบ ถึง 2 ต่อ:
-
ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่: สูงสุด 40%
-
ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus): สูงสุดอีก 40% (เหมือนระบบเดิม)
ข้อควรรู้: ระดับคะแนนพฤติกรรมนี้จะ “ติดตัวผู้ขับขี่” ไปตลอด ไม่ว่าคุณจะขับรถคันไหน ประวัติดีก็จะตามไปช่วยลดค่าเบี้ยให้คุณเสมอ

เงื่อนไขสำคัญที่เจ้าของรถต้องรู้
1. ระบุชื่อคนขับได้กี่คน?
กรมธรรม์ใหม่ขยายสิทธิ์ให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 5 คน (จากเดิม 2 คน) เหมาะสำหรับรถครอบครัวที่มีคนใช้รถหลายคน
2. ใครต้องทำแบบระบุชื่อบ้าง?
-
ต้องทำ: รถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ/ป้ายเขียว) ที่ใช้ส่วนตัว, รถประจำตำแหน่ง
-
ไม่ต้องทำ: รถที่จดทะเบียนในนามบริษัทสำหรับใช้งานทั่วไป (Pool Car) ที่ไม่ระบุคนขับประจำ
3. ถ้าเกิดอุบัติเหตุจะเกิดอะไรขึ้น?
-
เป็นฝ่ายถูก: สบายใจได้ ส่วนลดพฤติกรรมยังอยู่ครบ ไม่ถูกปรับลด
-
เป็นฝ่ายผิด/ประมาท: คะแนนพฤติกรรมจะถูก รีเซ็ต (Reset) กลับไปเริ่มที่ระดับ 1 ใหม่ทันที (ต้องเริ่มสะสมความดีใหม่ในปีต่อไป)
-
คนขับไม่ตรงชื่อในกรมธรรม์ และเป็นฝ่ายผิด: ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง (Deductible)
-
2,000 บาท สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี
-
6,000 บาท สำหรับความเสียหายต่อตัวรถเรา
-
เริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มทยอยบังคับใช้ เพื่อให้ทุกคนได้ปรับตัว ดังนี้ครับ:
-
1 มกราคม 2568: เริ่มใช้กับ รถใหม่ป้ายแดง (รถยนต์สันดาปจดทะเบียนใหม่)
-
ช่วงเปลี่ยนผ่าน (วันนี้ – 31 พ.ค. 69): รถเก่าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบบเดิมหรือแบบใหม่ (ตกลงกับบริษัทประกันได้)
-
1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป: รถยนต์สันดาป ทุกคัน ต้องใช้กรมธรรม์รูปแบบใหม่นี้ทั้งหมด
ความชัดเจนเรื่อง “ซ่อมอู่ vs ซ่อมห้าง”
อีกหนึ่งเรื่องดีๆ ในกฎใหม่คือ กรมธรรม์จะระบุชัดเจนในตารางเลยว่าเป็น “ซ่อมอู่” หรือ “ซ่อมศูนย์บริการ (ซ่อมห้าง)” พร้อมเอกสารแนบท้าย เพื่อป้องกันความสับสน ไม่ให้ผู้ทำประกันถูกหลอกขายประกันซ่อมศูนย์แต่ได้ซ่อมอู่
สรุปง่ายๆ: กฎใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อให้ “คนขับดี มีรางวัล” ใครที่ขับรถระมัดระวังอยู่แล้ว จะได้จ่ายเบี้ยประกันถูกลงอย่างเห็นได้ชัดครับ




