ซื้อประกันออนไลน์

Back to top

Smart Watch วัดเบาหวาน ความดัน ไขมัน

Smart Watch วัดความดัน-เบาหวาน-ไขมัน ได้จริงหรือ? หรือแค่การตลาดลวงโลก

ในยุคที่ Smart Watch ราคาหลักร้อยโฆษณาว่า “วัดได้ทุกโรค” ตั้งแต่ความดันยันไขมันในเลือด หลายคนซื้อมาฝากพ่อแม่ด้วยความหวังดี แต่หารู้ไม่ว่า… ข้อมูลเหล่านั้นอาจอันตรายถึงชีวิตถ้าเราหลงเชื่อ!

มาเช็กความจริงทีละข้อกันครับ ว่าเทคโนโลยีปัจจุบันทำได้แค่ไหนกันแน่

Smart Watch วัดเบาหวาน ความดัน ไขมัน

 

1. วัดความดันโลหิต (Blood Pressure)

สถานะ: ทำได้จริง (แต่มีเงื่อนไขเข้มงวด)

ปัจจุบันมี Smart Watch แบรนด์ชั้นนำทำได้จริงและผ่านการรับรองทางการแพทย์ (เช่น อย. ไทย หรือ FDA สหรัฐฯ) แต่แบ่งเป็น 2 ระบบครับ:

  • แบบที่ 1: ระบบถุงลม (Inflatable Cuff)

    • หลักการ: สายนาฬิกาจะพองลมได้เหมือนเครื่องวัดความดันที่โรงพยาบาลเปี๊ยบ บีบข้อมือจริงๆ

    • ความแม่นยำ: สูงมาก (เทียบเท่าเครื่องวัดการแพทย์)

    • ตัวอย่าง: Huawei Watch D

  • แบบที่ 2: ระบบเทียบค่า (Calibration)

    • หลักการ: ใช้เซนเซอร์แสง (Optical) ร่วมกับอัลกอริทึม แต่… “คุณต้องใช้เครื่องวัดความดันจริงมาวัดเทียบค่าทุกเดือน” เพื่อตั้งค่าเริ่มต้นให้นาฬิกา

    • ความแม่นยำ: พอใช้ได้ (ไว้ดูแนวโน้ม) แต่ถ้าไม่ Calibrate บ่อยๆ ค่าจะเพี้ยน

    • ตัวอย่าง: Samsung Galaxy Watch รุ่นสูงๆ

    • เตือนภัย: นาฬิกาหลักร้อย-พันต้นๆ ที่ใช้นิ้วแตะหรือแค่ใส่เฉยๆ แล้วบอกค่าความดันเป๊ะๆ “เชื่อถือไม่ได้ครับ” เป็นเพียงการสุ่มตัวเลขหรือคำนวณจากสูตรสำเร็จรูปเท่านั้น

 

Smart Watch วัดเบาหวาน ความดัน ไขมัน

2. วัดระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose)

สถานะ:  ยังทำไม่ได้จริง (แบบ Non-invasive 100%)

นี่คือ “จอกศักดิ์สิทธิ์” ที่ Apple, Samsung และ Google พยายามพัฒนาอยู่ แต่ ณ ปัจจุบัน (2026) ยังไม่มี Smart Watch รุ่นไหนในโลกที่ใช้วัดน้ำตาลได้แม่นยำโดย “ไม่ต้องเจาะผิวหนัง” ครับ

  • ที่เห็นขายกันเกลื่อนเน็ตคืออะไร?:

    • ส่วนใหญ่คือ ของปลอม/ของเล่น ครับ ใช้วิธีคำนวณมั่วๆ จากชีพจร ซึ่งอันตรายมากถ้าผู้ป่วยเบาหวานเชื่อค่านี้แล้วฉีดอินซูลินผิด

  • แล้วของจริงทำงานยังไง?:

    • นาฬิกาของจริงจะทำหน้าที่เป็นแค่ “หน้าจอแสดงผล” ครับ

    • ผู้ป่วยต้องติดเซนเซอร์วัดน้ำตาล (CGM – Continuous Glucose Monitor) ที่ต้นแขนหรือหน้าท้อง (มีเข็มเล็กๆ ฝังอยู่) แล้วเซนเซอร์นั้นจะส่งค่ามาโชว์ที่นาฬิกาครับ

    • สรุป: ตัวนาฬิกาเพียวๆ ยังวัดไม่ได้ครับ ต้องมีอุปกรณ์เสริมแปะที่ตัว


3. วัดระดับไขมันในเลือด (Blood Lipids / Cholesterol)

สถานะ:  ทำไม่ได้แน่นอน (อย่าหาทำ!)

ถ้าคุณเห็นนาฬิกาเรือนไหนโฆษณาว่า “วัดคอเลสเตอรอล” หรือ “ไตรกลีเซอไรด์” ได้ด้วยแสงไฟ… ให้หนีไปให้ไกลที่สุดครับ!

  • เหตุผลทางวิทยาศาสตร์:

    • การวัดไขมันต้องใช้ปฏิกิริยาทางเคมีกับเลือด (ต้องเจาะเลือด) เพื่อแยกดูโมเลกุลไขมัน

    • แสงไฟสีเขียว/แดง ไม่สามารถส่องทะลุผิวหนังแล้วแยกแยะว่า “อันไหนเม็ดเลือดแดง อันไหนก้อนไขมัน” ได้ครับ

    • สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุด: คือ Smart Watch บางรุ่น (เช่น Samsung) วัด “เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย” (Body Fat %) ได้ โดยการส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ (BIA) เข้าร่างกาย แต่นั่นคือไขมันรอบพุง/กล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมันในหลอดเลือดครับ คนละเรื่องกัน!

 

สรุป: วิธีดูว่า “ของจริง” หรือ “ของหลอก”

  1. ดูที่ราคา: เทคโนโลยีการแพทย์ย่อส่วน ไม่มีทางขายในราคาหลักร้อยบาทได้ครับ

  2. ดูแบรนด์: ถ้า Apple, Samsung, Garmin, Huawei ยังทำไม่ได้ (หรือยังไม่กล้าเคลม) แบรนด์โนเนมไม่มีทางทำได้ครับ

  3. การรับรอง: ต้องระบุว่าผ่าน อย. หรือ FDA ในฐานะ “อุปกรณ์การแพทย์” ไม่ใช่แค่ Gadget ทั่วไป

คำแนะนำ: Smart Watch มีไว้เพื่อ “คัดกรองเบื้องต้น” และ “กระตุ้นให้รักษาสุขภาพ” ครับ หากต้องการค่าที่แม่นยำเพื่อการรักษาโรค ต้องพึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์มาตรฐานและการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเท่านั้นครับ!

ลงทะเบียนตอนนี้ เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และข่าวสารอัปเดตก่อนใคร