เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ สิ่งแรกที่หลายคนคิดถึงคือ “ใครจะซ่อมรถให้ฉัน” แต่รู้ไหมครับว่า…ถ้าคุณเป็น “ฝ่ายถูก” สิทธิของคุณมีมากกว่านั้นมาก!
หลายคนพลาดโอกาสได้รับเงินชดเชยหลักพันถึงหลักหมื่นเพียงเพราะ “ไม่รู้สิทธิของตัวเอง” บทความนี้สรุปรายการที่คุณสามารถเรียกร้องได้ตามเกณฑ์ปี 2568-2569 โดยแบ่งเป็น 3 หมวดหลัก ดังนี้ครับ
หมวดที่ 1: ความเสียหายต่อ “ตัวรถและทรัพย์สิน”
นอกจากคู่กรณีต้องซ่อมรถให้เราแล้ว ยังมีเงินชดเชยส่วนอื่นที่คุณห้ามลืมเด็ดขาด:
-
ค่าซ่อมรถ: ประกันคู่กรณีมีหน้าที่รับผิดชอบซ่อมรถของคุณให้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่สมบูรณ์ที่สุด
-
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (ต้องรู้!): ข้อนี้สำคัญมากครับ! ในช่วงที่รถจอดซ่อมที่อู่ คุณมีสิทธิเบิกเงินชดเชยรายวันตามกฎหมาย (คปภ. กำหนดอัตราขั้นต่ำไว้ชัดเจน บริษัทประกันปฏิเสธไม่ได้):
-
รถเก๋ง/กระบะ 4 ประตู (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง): ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน
-
รถแท็กซี่/รถรับจ้างสาธารณะ: ขั้นต่ำ 700 บาท/วัน
-
รถตู้/รถเกิน 7 ที่นั่ง: ขั้นต่ำ 1,000 บาท/วัน
-
รถจักรยานยนต์: เจรจาตามความเหมาะสม (มักเริ่มต้นที่ 200-300 บาท/วัน)
-
-
ค่าเสื่อมราคารถ : หากรถของคุณเป็น “รถใหม่ป้ายแดง” หรืออายุการใช้งานน้อยมาก แต่มาโดนชนหนักจนถึงโครงสร้าง แม้จะซ่อมเสร็จแล้วราคาขายต่อย่อมตกลง คุณสามารถเจรจาขอค่าเสื่อมราคาได้ (กรณีนี้อาจต้องเจรจาเป็นพิเศษและใช้หลักฐานประกอบครับ)
-
ทรัพย์สินภายในรถเสียหาย: ของใช้ส่วนตัวที่พังเสียหายขณะเกิดเหตุ เช่น มือถือตกจอแตก, โน้ตบุ๊กพัง, แว่นตาหัก ถ่ายรูปเก็บไว้และยื่นเคลมได้ทั้งหมดครับ

หมวดที่ 2: ความเสียหายต่อ “คน” (ร่างกายและอนามัย)
หมวดนี้เบิกได้ 2 ต่อ คือจาก พ.ร.บ. และ ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+) ของคู่กรณีครับ:
-
ค่ารักษาพยาบาล:
-
ใช้สิทธิ พ.ร.บ. ได้ก่อน สูงสุด 80,000 บาท
-
หากเกินวงเงิน ให้เบิกส่วนต่างจาก ประกันภาคสมัครใจ ของคู่กรณี
-
-
เงินชดเชยรายวัน (กรณีเป็นผู้ป่วยใน IPD):
-
จาก พ.ร.บ.: ได้รับวันละ 200 บาท (สูงสุด 20 วัน)
-
จากประกันคู่กรณี: เรียกร้องเพิ่มเติมได้ โดยพิจารณาจากรายได้ที่คุณสูญเสียไประหว่างนอนโรงพยาบาล
-
-
ค่าขาดรายได้ (กรณีหมอให้หยุดพักฟื้นที่บ้าน): หากไม่ได้นอนโรงพยาบาล แต่แพทย์ระบุในใบรับรองแพทย์ว่า “ให้หยุดพักงาน … วัน” คุณนำใบนี้ไปเบิกค่าสินไหมทดแทนรายได้จากประกันคู่กรณีได้เลย (คำนวณจากฐานเงินเดือน หรือรายได้เฉลี่ยต่อวันของคุณ)
-
ค่าสินไหมกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพ:
-
พ.ร.บ.: จ่าย 500,000 บาท
-
ประกันคู่กรณี: จ่ายเพิ่มขั้นต่ำตามกฎหมาย 500,000 บาท (หรือมากกว่าตามหน้าตารางกรมธรรม์ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นหลักล้านบาท)
-
หมวดที่ 3: ค่าทำขวัญ (เข้าใจให้ถูก )
ขอทำความเข้าใจตรงนี้ครับว่า ในทางกฎหมายประกันภัย “ค่าทำขวัญไม่มีอยู่จริง” หากคุณเดินไปบอกประกันว่า “ขอค่าทำขวัญ” เขาอาจปฏิเสธคุณได้ทันที
เทคนิคการเจรจา: ให้เปลี่ยนคำพูดเป็นขอเรียก “ค่าเสียหายต่ออนามัยและจิตใจ” หรือ “ค่าทนทุกข์ทรมาน” แทนครับ โดยต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้คุณใช้ชีวิตลำบากขึ้น เจ็บปวด เครียด หรือมีแผลเป็น ซึ่งส่วนนี้มักจะถูกรวมเจรจาไปพร้อมกับ “ค่าขาดรายได้” ครับ
แต่หากคุณทำ ประกันชดเชยอุบัติเหตุจากการใช้รถ หากรถชนจะได้ “ค่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สูงถึงครั้งละ 2000 บาท”
สรุปขั้นตอนรับเงินชดเชย (ฉบับฝ่ายถูก)
-
เก็บหลักฐาน: ใบเคลมคู่กรณี, รูปถ่ายความเสียหาย, ทรัพย์สินที่พัง
-
ตอนซ่อม: ขอ “สำเนาใบรับรถ” จากอู่ (ต้องระบุวันที่เข้าซ่อมและวันที่ซ่อมเสร็จให้ชัดเจน) และรูปถ่ายขณะซ่อม
-
ตอนรักษา: เก็บใบเสร็จตัวจริง และ ใบรับรองแพทย์ (ระบุวันหยุดพัก)
-
ยื่นเรื่อง: นำเอกสารทั้งหมดติดต่อบริษัทประกันของคู่กรณี เพื่อเจรจาเบิกค่าสินไหมรวดเดียว
อย่าปล่อยให้สิทธิของคุณหลุดลอยไป เพียงเพราะความเกรงใจ หรือความไม่รู้ เตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วเรียกร้องในสิ่งที่ควรได้ครับ!




