ซื้อประกันออนไลน์

Back to top

ขับรถไฟล่ทาง ย้อนศร

ขับรถไหล่ทาง ชนกับรถย้อนศร สรุปใครผิดเคลมประกันได้ไหม

เพื่อนๆ เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ? เวลารถติดหนักๆ หลายคนอาจจะใจร้อน ขอเปิดเลนพิเศษตีซ้ายวิ่งฉิวไปตาม “ไหล่ทาง” แต่จังหวะกำลังเพลินๆ ดันแจ็กพอตแตก! ไปเจอรถที่ “ขับย้อนศร” สวนขึ้นมา… เบรกไม่ทัน ชนเปรี้ยงเข้าให้!

เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ หลายคนอาจจะเถียงกันคอเป็นเอ็นว่า “คุณนั่นแหละย้อนศรมา คุณผิด!” ในขณะที่อีกฝ่ายก็เถียงกลับว่า “คุณวิ่งไหล่ทางมา คุณก็ผิดเหมือนกัน!”

สรุปแล้วเรื่องนี้จบยังไง? วันนี้ผมจะมาเคลียร์ให้ชัดๆ ทั้งในมุมกฎหมาย และมุมของการเคลมประกันครับ

 

กฎหมายจราจรไม่มีคำว่า ประมาทร่วม

ขอแทรกเกร็ดความรู้ทางกฎหมายนิดนึงครับ เวลาตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ประกันมาถึงที่เกิดเหตุ แล้วบอกว่าเคสนี้เป็น “ประมาทร่วม”… รู้ไหมครับว่าจริงๆ แล้วในทางกฎหมายไม่มีคำนี้นะครับ!

คำว่าประมาทร่วม เป็นเพียง “ภาษาพูด” ที่ใช้กันจนติดปากเพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายๆ ว่า “ผิดทั้งคู่นะ” แต่ในทางกฎหมาย (ทั้งแพ่งและอาญา) คำที่ถูกต้องคือ “ต่างฝ่ายต่างประมาท” (หรือประมาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน) ครับ

เหตุผลคือ:

  • รถวิ่งไหล่ทาง: ผิดกฎหมายจราจร เพราะไหล่ทางมีไว้สำหรับจอดรถฉุกเฉินเท่านั้น

  • รถย้อนศร: ผิดกฎหมายจราจรเต็มประตูอยู่แล้ว (โทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และอาจโดนข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียวด้วย) เมื่อทั้งคู่ทำผิดกฎหมาย และมาเกิดอุบัติเหตุในจุดที่ไม่ควรอยู่ทั้งคู่ ศาลและตำรวจจึงมองว่า “ต่างฝ่ายต่างมีความประมาท” จึงต้องรับผิดชอบความเสียหายร่วมกันครับ (หรือต่างคนต่างซ่อม)

ความผิดตามกฎหมาย (พอกันทั้งสองฝ่าย!)

 

ก่อนจะไปชี้หน้าด่าใคร เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อนครับว่า “การกระทำของทั้งคู่ คือการทำผิดกฎหมายจราจร” * ฝ่ายเรา (รถวิ่งไหล่ทาง): การขับรถบนไหล่ทางถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายครับ เนื่องจากไหล่ทางถูกกำหนดให้จอดเฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เช่น รถเสีย หรือมีเหตุให้ต้องหยุดรถชั่วคราว และเป็นพื้นที่ที่ต้องเว้นว่างไว้ให้รถพยาบาลและรถตำรวจใช้งานยามฉุกเฉินครับ

  • ฝ่ายคู่กรณี (รถย้อนศร): การขับขี่รถย้อนศรมีความผิดตามกฎหมายจราจรอย่างแน่นอน โดยมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (จากเดิมปรับไม่เกิน 500 บาท) และหากการขับย้อนศรนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต อาจจะโดนดำเนินคดีอาญาในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วยครับ

 

สรุปว่าใครผิด เตรียมรับบท “ประมาทร่วม”

 

แม้ปกติแล้ว ผู้ที่ขับรถย้อนศรในช่องทางเดินรถปกติจะเป็นฝ่ายผิดแน่นอน แต่ในเคสที่มาเจอกันบนไหล่ทางแบบนี้ ตำรวจและเจ้าหน้าที่ประกันมักจะประเมินและตัดสินว่าเหตุการณ์นี้เป็น “ประมาทร่วม” ครับ

เหตุผลก็คือ เจ้าหน้าที่จะมองว่า หากทั้งสองฝ่ายระมัดระวังในการขับขี่และทำตามกฎจราจรตั้งแต่แรก (ไม่ลงมาวิ่งไหล่ทาง และไม่ย้อนศร) อุบัติเหตุนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นครับ เมื่อทั้งคู่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรอยู่ และมีความประมาทเท่าๆ กัน จึงต้องรับผิดชอบร่วมกันไปครับ

 

ขับไหล่ทางไปชนรถย้อนศรเคลมประกันได้ไหม

เมื่อผลสรุปออกมาว่าเป็น “ประมาทร่วม” สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการเคลมประกันรถยนต์คือ “ต่างคนต่างซ่อมรถของตัวเอง” ครับ

  • ถ้าคุณมีประกันชั้น 1: รอดตัวไปเปราะหนึ่งครับ! คุณสามารถแจ้งเคลมซ่อมรถตัวเองได้เลย แต่มีข้อเสียคือ ในปีถัดไปคุณอาจจะไม่ได้ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) เพราะถือว่าคุณมีส่วนร่วมในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ และอาจต้องจ่ายค่า Excess ถ้าในกรมธรรม์ของคุณระบุว่ามี “ค่าเสียหายส่วนแรก” (Deductible) 

  • ถ้าคุณมีประกันชั้น 2+ หรือ 3+: กรณีประมาทร่วม หากคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก คุณยังสามารถเคลมซ่อมรถตัวเองได้ตามวงเงินคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ครับ

  • ถ้าคู่กรณีขับย้อนศรแล้วชนรถคุณ (ในกรณีที่คุณวิ่งเลนปกติ): ถ้าเป็นแบบนี้ คู่กรณีจะผิดเต็มๆ บริษัทประกันอาจปฏิเสธการซ่อมรถให้คู่กรณี และฝ่ายย้อนศรอาจต้องเป็นคนควักกระเป๋าชดใช้ค่าเสียหายให้คุณเองทั้งหมดครับ

 

สรุปเตือนสติก่อนสตาร์ท

 

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ออกโรงเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เสมอเลยนะครับว่า ห้ามขับรถย้อนศรและห้ามวิ่งไหล่ทางโดยเด็ดขาด เพราะมันก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น แถมยังผิดกฎหมายจราจรอีกด้วย

ดังนั้น รถติดแค่ไหนก็ทนเอาหน่อยครับ เปิดเพลงฟังชิลๆ อยู่ในเลนของเราดีกว่า อย่าไปเสี่ยงมักง่ายวิ่งไหล่ทางเลย เพราะถ้าแจ็กพอตไปเจอคนมักง่ายย้อนศรมาชนเข้า… มันได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ ครับ!

 

ลงทะเบียนตอนนี้ เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และข่าวสารอัปเดตก่อนใคร