ซื้อประกันออนไลน์

Back to top

สงกรานต์ สาดน้ำ

จริงหรือไม่? ประกันไม่คุ้มครองถ้าโดนสาดน้ำจนเครื่องยนต์พัง

สรุปสั้นๆ ให้ฟังก่อนเลยครับว่า โดนสาดน้ำจนเครื่องดับ หรือกระจกแตกร้าว “เคลมได้แน่นอนครับ!” แต่… ต้องเป็น ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นนะครับถึงจะรอดตัว เพราะบริษัทประกันถือว่านี่คืออุบัติเหตุจากปัจจัยภายนอก ส่วนใครถือประกันชั้น 2+ หรือ 3+ งานนี้ต้องทำใจควักกระเป๋าจ่ายค่าซ่อมเครื่องหรือเปลี่ยนกระจกเองร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไป สำหรับคนมีประกันชั้น 1 ถ้ารถดับปุ๊บแล้วคุณเผลอไปบิดกุญแจสตาร์ทรถซ้ำ หรือกระจกแตกแต่ไม่มีหลักฐานตอนโดนสาด คุณอาจจะโดนประกันปฏิเสธการเคลม หรือโดนปรับค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาทได้เลยนะ! เทศกาลสงกรานต์ที่ควรจะสนุก อาจจะกลายเป็นฝันร้ายได้ถ้าไม่รู้วิธีรับมือ อยากรู้ไหมครับว่าน้ำแค่ถังเดียวมันทำเครื่องพัง หรือทำกระจกหนาๆ แตกได้อย่างไร? เลื่อนลงมาอ่านความจริงกันเลยครับ!


สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! พอเข้าสู่ช่วงเดือนเมษายน อากาศบ้านเราก็ร้อนระอุทะลุปรอท สิ่งเดียวที่ช่วยชุบชูจิตใจพวกเราได้ก็คือเทศกาลสงกรานต์ใช่ไหมครับ? หลายคนเตรียมตัวแพ็กกระเป๋า ขับรถพาครอบครัวกลับต่างจังหวัด หรือไม่ก็ขับรถตระเวนเล่นน้ำตามจุดฮิตต่างๆ ทั่วเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความเย็นฉ่ำ

แต่ท่ามกลางความสนุกสนานนั้น มันมักจะมี “ความสยอง” ซ่อนอยู่สำหรับคนรักรถครับ ลองจินตนาการดูสิครับ คุณกำลังขับรถเปิดเพลงชิลๆ ค่อยๆ คลานฝ่าฝูงชนที่กำลังสาดน้ำกันอย่างเมามัน จู่ๆ ก็มีพี่กล้ามโตจากท้ายรถกระบะคันข้างๆ ยกถังน้ำแข็งใบยักษ์ สาดโครม! เข้ามาที่หน้ารถของคุณแบบเต็มเหนี่ยว น้ำก้อนใหญ่กระแทกเข้ากระจังหน้าทะลุทะลวงเข้าไปในห้องเครื่อง และน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบก็สาดปะทะเข้ากับกระจกบานหน้าเต็มๆ…

เสี้ยววินาทีต่อมา รถมีอาการกระตุก สะอึก แล้วเครื่องยนต์ก็ดับวูบกลางอากาศ! เท่านั้นยังไม่พอ ได้ยินเสียง “เป๊าะ!” ดังมาจากกระจกหน้า รอยร้าววิ่งยาวเป็นทางเหมือนใยแมงมุม วินาทีนั้นความสนุกหายวับไปทันที คำถามแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวคือ “เฮ้ย! เครื่องพังแถมกระจกแตกด้วยเหรอเนี่ย? แล้วประกันมันจะรับผิดชอบไหม สาดน้ำเล่นกันแบบนี้ใครจะไปรู้ตัวคนทำล่ะ?”

วันนี้ผมจะมานั่งเล่าให้เพื่อนๆ ฟังแบบเจาะลึก หมดเปลือก สไตล์เพื่อนคุยกับเพื่อนครับ เอาให้เห็นภาพกันชัดๆ ไปเลยว่า น้ำแค่ถังเดียวมันเข้าไปทำลายล้างเครื่องยนต์ที่ดูแข็งแกร่ง และทำกระจกรถที่ทนทานให้แตกได้อย่างไร แล้วความเชื่อที่ว่า “ประกันไม่จ่ายหรอกเพราะเราขับไปให้เขาสาดเอง” มันเป็นเรื่องจริง หรือแค่คำขู่? มาหาคำตอบกันครับ!

 

น้ำแค่ถังเดียว ทำไมถึงทำรถพังยับเยินได้

หลายคนอาจจะสงสัยว่า รถยนต์มันก็ดูแข็งแรงดีหนิ ทำไมโดนสาดน้ำแค่นี้ถึงกับพังได้? เราต้องมาทำความเข้าใจกลไกและปฏิกิริยาทางฟิสิกส์กันก่อนครับ ซึ่งแบ่งความเสียหายออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

1. เครื่องยนต์พังดับวูบ จากปรากฏการณ์สำลักน้ำ

รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ไม่ว่าจะเติมน้ำมันเบนซินหรือดีเซล มันต้องใช้ “อากาศ” ในการจุดระเบิดครับ รถทุกคันจึงมีช่องดูดอากาศที่ซ่อนอยู่บริเวณหลังกระจังหน้า หรือซุ้มล้อ เพื่อสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ผ่านไส้กรองเข้าไปในห้องเผาไหม้ ปัญหาจะเกิดตอนที่น้ำปริมาณมหาศาลกระเด็นหลุดลอดเข้าไปในท่อดูดอากาศนี้แหละครับ ทันทีที่น้ำทะลุผ่านไส้กรองอากาศเข้าไปถึงห้องเผาไหม้ อาการพังพินาศที่เรียกว่า ไฮโดรล็อก (Hydro-lock) ก็จะเกิดขึ้นทันที

  • กลไกการทำลายล้าง: ในกระบอกสูบ ลูกสูบจะมีหน้าที่อัดอากาศและน้ำมันให้ควบแน่นก่อนจุดระเบิด อากาศนั้นสามารถถูกบีบอัดให้เล็กลงได้ครับ แต่ น้ำไม่สามารถถูกบีบอัดได้ (Incompressible) เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นมาด้วยความเร็วสูงเพื่อจะอัดอากาศ แต่มันดันไปเจอกับน้ำ แรงกระแทกมหาศาลระดับหลายตันจะสะท้อนกลับไปที่ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ทันที ผลที่ตามมาคือ ก้านสูบคดงอ ลูกสูบแตกหัก หรือเสื้อสูบแตกทะลุ! ต้องยกเครื่องใหม่สถานเดียวครับ นอกจากนี้น้ำยังอาจทำให้ระบบเซ็นเซอร์ลัดวงจรจนรถดับได้เช่นกัน

2. กระจกหน้ารถแตกร้าว จากความต่างของอุณหภูมิและการกระแทก

อันนี้เจอช็อกกันมานักต่อนักครับ โดนสาดน้ำแล้วกระจกแตก มันเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ เลยครับ:

  • ช็อกอุณหภูมิเฉียบพลัน: ภาษาทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า เทอร์มัลช็อก (Thermal Shock) ลองนึกภาพรถที่ตากแดดเปรี้ยงๆ หรือขับมาร้อนๆ อุณหภูมิบนผิวกระจกอาจพุ่งไปถึง 50-60 องศาเซลเซียส แล้วจู่ๆ โดนน้ำแข็งเย็นจัดอุณหภูมิใกล้ 0 องศาสาดโครมเข้ามา! การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันนี้ทำให้ผิวกระจกหดตัวอย่างรุนแรง ในขณะที่เนื้อกระจกด้านในยังขยายตัวจากความร้อนอยู่ ความเค้นที่เกิดขึ้นจะทำให้กระจกปริแตกหรือลั่น “เป๊าะ” ขึ้นมาทันทีครับ (เหมือนเวลาเราเอาน้ำแข็งใส่แก้วที่เพิ่งลวกน้ำร้อนมานั่นแหละครับ)

  • แรงกระแทกทางกายภาพ: เล่นสงกรานต์บางทีก็ใส่กันสุดเหวี่ยงครับ บางคนไม่ได้สาดแค่น้ำ แต่สาดมาทั้งก้อนน้ำแข็ง หรือเผลอหลุดมือลอยมาทั้งขันพลาสติกหรือถังน้ำ แรงกระแทกจากของแข็งเหล่านี้ บวกกับความเร็วรถที่กำลังวิ่งอยู่ (ถึงจะคลานช้าๆ ก็ตาม) ก็มากพอที่จะทำให้กระจกบังลมหน้าร้าวเป็นรอยดาวหรือใยแมงมุมได้สบายๆ ครับ

 

ความจริงเรื่องประกัน เครื่องพัง-กระจกแตก สรุปเคลมได้ไหม?

เอาล่ะครับ มาถึงไฮไลท์สำคัญ กางกรมธรรม์คุยกันเลย เรื่องนี้ตัวตัดสินชี้ชะตาคือ “ชั้นของประกันภัย” ที่คุณถืออยู่ล้วนๆ ครับ

 

1. ประกันรถยนต์ชั้น 1 (พระเอกผู้กอบกู้)

ถ้าคุณทำประกันชั้น 1 ไว้ สบายใจได้เลยครับ! เพราะประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอกทุกรูปแบบ การที่คุณถูกสาดน้ำอย่างรุนแรงจนน้ำกระเด็นเข้าห้องเครื่องทำให้รถดับ หรือทำกระจกแตกร้าว ถือเป็นอุบัติเหตุครับ บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และเปลี่ยนกระจกบานใหม่ให้คุณกลับมาใช้งานได้ตามปกติ (ฟิล์มกรองแสงที่ติดกระจกมา ประกันชั้น 1 ก็คุ้มครองเปลี่ยนให้ด้วยนะครับ) แต่… คุณต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าโดนสาดน้ำมาจริงๆ

2. ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ (ผู้ต้องปาดน้ำตา)

ใครที่ถือประกันกลุ่มพลัส แม้ว่าประกันกลุ่มนี้จะฮิตมากเพราะราคาประหยัด แต่เงื่อนไขเหล็กที่ระบุไว้ตัวเบ้อเริ่มคือ “คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์เฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น” การโดนน้ำสาดใส่ ไม่ได้ถือเป็นการชนกับรถด้วยกันครับ ดังนั้น ประกัน 2+ และ 3+ จะปฏิเสธการเคลมตัวรถของคุณทันที คุณต้องควักเงินซ่อมเครื่องหลักแสน และเปลี่ยนกระจกหลักหมื่นเองร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ

 

ประเภทประกัน เครื่องพังจากน้ำสาด กระจกร้าวจากน้ำ/น้ำแข็ง เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
ชั้น 1 คุ้มครอง
ซ่อม / เปลี่ยน
คุ้มครอง
เปลี่ยนกระจก + ฟิล์ม
ต้องมีหลักฐาน / กล้องหน้ารถยืนยันเหตุการณ์
ชั้น 2+ ไม่คุ้มครอง ไม่คุ้มครอง คุ้มครองเฉพาะเหตุชนกับรถทางบกเท่านั้น
ชั้น 3+ ไม่คุ้มครอง ไม่คุ้มครอง คุ้มครองเฉพาะเหตุชนกับรถทางบกเท่านั้น
ชั้น 2 / 3 ไม่คุ้มครอง ไม่คุ้มครอง คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และซ่อมให้แค่คู่กรณี

 

ระวัง! ค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีประกันชั้น 1 อย่าเพิ่งคิดว่าจะรอดตัวแบบสวยๆ ไม่เสียเงินสักบาทนะครับ หากคุณแจ้งเคลมโดยที่ “ไม่สามารถระบุวัน เวลา สถานที่ และไม่สามารถระบุคู่กรณีได้” บริษัทประกันมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาท ต่อเหตุการณ์ครับ

ลองนึกภาพตาม: คุณขับรถฝ่าดงสาดน้ำ โดนสาดมาเป็นร้อยขัน ไม่รู้เลยว่าน้ำถังไหนที่ทำเครื่องดับ หรือก้อนน้ำแข็งของใครที่ปามากระจกร้าว คุณชี้ตัวคนทำไม่ได้ ในกรณีแบบนี้ เมื่อคุณโทรแจ้งเคลม คุณอาจจะต้องยอมจ่าย 1,000 บาทแรก เพื่อให้ประกันอนุมัติการซ่อมให้ครับ

วิธีแก้เกม ไม่ให้โดนเก็บ 1,000 บาท: * กล้องหน้ารถคือพระเจ้า: นี่คือเหตุผลที่คุณต้องติดกล้องหน้ารถครับ! ถ้ากล้องบันทึกภาพจังหวะที่มีคนสาดน้ำหรือปาน้ำแข็งใส่หน้ารถคุณได้อย่างชัดเจน คุณสามารถใช้คลิปนี้เป็นหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ประกันดูได้เลย แค่นี้ก็รอดจากการเสียค่าส่วนแรกแล้วครับ

 

ข้อห้ามเด็ดขาด! ทำแบบนี้ประกันอาจ “ปฏิเสธการเคลม”

เพื่อนๆ ครับ ข้อนี้สำคัญมากๆ ขีดเส้นใต้เอาไว้เลย!

  1. เครื่องดับ ห้ามสตาร์ทซ้ำ! ถ้าโดนสาดน้ำจนเครื่องดับ ห้ามบิดกุญแจสตาร์ทรถซ้ำเด็ดขาด! เพราะมอเตอร์สตาร์ทจะบังคับให้ลูกสูบดูดน้ำเข้าไปกระแทกแบบเต็มแรง ทีนี้จากแค่ระบบไฟรวน จะกลายเป็นก้านสูบคด เสื้อสูบแตกทันทีครับ และถ้าประกันตรวจสอบพบว่าคุณ “ฝืน” สตาร์ทรถทั้งที่รู้ว่าน้ำเข้า ประกันจะมองว่านี่คือการจงใจทำให้ทรัพย์สินเสียหายเพิ่มขึ้น ประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการเคลมเครื่องยนต์ได้เลยนะครับ!

  2. กระจกร้าว ห้ามทุบเพิ่ม! บางคนเห็นกระจกร้าวเป็นเส้นเล็กๆ ก็หงุดหงิด หรือกลัวประกันไม่ยอมเปลี่ยนบานใหม่ให้ เลยเอามือไปทุบหรือเอาของแข็งไปทุบให้มันแตกยับไปเลย ห้ามทำเด็ดขาดครับ! เจ้าหน้าที่เคลมเขาดูออกนะครับว่ารอยแตกเกิดจากการกระแทกภายนอก หรือถูกทุบจากภายใน ถ้าเขาจับได้ว่าจัดฉาก คุณจะถูกยกเลิกการเคลมทันที

 

4 สเต็ปเอาตัวรอดเมื่อเจอแจ็คพอตช่วงสงกรานต์

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดนสาดน้ำโครมใหญ่จนรถดับหรือกระจกร้าวขึ้นมาจริงๆ ให้ตั้งสติแล้วทำตาม 4 ขั้นตอนนี้ครับ

  1. ตั้งสติ และประเมินความปลอดภัย:

    1. ถ้ารถดับ: ปล่อยให้รถดับแบบนั้นแหละ เปิดไฟฉุกเฉินเตือนคันหลัง ถ้ามีคนนั่งมาด้วยให้ช่วยกันเข็นรถแอบเข้าข้างทาง ไม่กีดขวางการจราจร

    2. ถ้ากระจกร้าว: ให้ลดความเร็วลงทันที ประเมินว่ารอยร้าวบังทัศนวิสัยไหม ถ้าร้าวหนักจนมองไม่เห็น อย่าฝืนขับต่อครับ ให้รีบจอดเข้าข้างทาง

  2. เก็บหลักฐานทันที: หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพสภาพรถ รอยร้าวกระจก คราบน้ำที่หน้ารถ ถ่ายสภาพแวดล้อมโดยรอบ และรีบเซฟคลิปจากกล้องหน้ารถเก็บไว้ในมือถือทันที นี่คือหลักฐานสำคัญที่สุดของคุณครับ

  3. ห้ามเปิดฝากระโปรงหน้าเอง: บางคนตกใจรีบเปิดฝากระโปรงหน้ารถกะจะเช็ดน้ำ แต่กลายเป็นว่าน้ำที่ค้างอยู่บนฝากระโปรงไหลซู่ลงไปในเครื่องหนักกว่าเดิมอีก! ให้รอช่างผู้เชี่ยวชาญดีกว่าครับ

  4. โทรแจ้งประกัน และขอรถยก: รีบโทรเข้า Call Center ของบริษัทประกันภัยที่คุณทำไว้ แจ้งเหตุการณ์ให้ชัดเจน ถ้าเครื่องดับหรือกระจกร้าวหนักมากจนขับไม่ได้ ให้ขอใช้บริการรถยก (รถสไลด์) เพื่อลากรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการ แนะนำว่าช่วงเทศกาลคิวอาจจะแน่น ควรเผื่อใจและรออย่างใจเย็นนะครับ

 

สรุปส่งท้าย… สนุกได้ แต่ต้องรอบคอบ

เห็นไหมครับเพื่อนๆ ว่าอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์มันมาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงเสมอ น้ำแค่วันเดียว ถังเดียว หรือน้ำแข็งแค่ก้อนเดียว ก็ส่งผลให้ทรัพย์สินหลักหมื่นหลักแสนของเราเสียหายได้

การมีความรู้เรื่องประกันภัยติดตัวไว้ จะช่วยให้เรารู้ลิมิตของการคุ้มครอง และรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สำหรับใครที่ปีนี้วางแผนจะเอารถสุดรักไปลุยน้ำสงกรานต์ ผมแนะนำให้เช็กกรมธรรม์ของตัวเองให้ชัวร์ก่อนนะครับว่าเป็นชั้น 1 จริงไหม และอย่าลืมเช็กเมมโมรี่กล้องหน้ารถให้พร้อมใช้งานเสมอ

ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุขกับการเล่นน้ำสงกรานต์ เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ขับขี่ปลอดภัย ใจเย็นๆ และขอให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุทั้งปวงนะครับ! เพื่อนๆ คนไหนเคยมีประสบการณ์เคลมประกันช่วงสงกรานต์ หรือมีคำถามเพิ่มเติม ลองคอมเมนต์มาแชร์กันได้เลยนะครับ!

ลงทะเบียนตอนนี้ เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และข่าวสารอัปเดตก่อนใคร