ซื้อประกันออนไลน์

Back to top

รถแต่ง

รถแต่งคาร์บอน เคฟล่า ฟิล์ม Wrap ประกันไม่รับเคลมจริงหรือไม่

เราต้องมาทำความเข้าใจในมุมมองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยและฝ่ายประเมินความเสี่ยงกันก่อนครับ บริษัทประกันเขาทำธุรกิจบนพื้นฐานของ “สถิติและความคุ้มค่า” ซึ่งของแต่งพวกนี้มันไปทำลายสมการความคุ้มค่าของเขาจนหมดเกลี้ยง ด้วยเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์และโครงสร้างราคาดังนี้ครับ

 

1. ลักษณะทางกายภาพของวัสดุ (มันซ่อมไม่ได้!)

 

  • คาร์บอนไฟเบอร์และเคฟล่า: วัสดุพวกนี้เกิดจากการนำเส้นใย (Carbon Fiber หรือ Aramid Fiber) มาถักทอเป็นผืน แล้วขึ้นรูปด้วยน้ำยาเรซิน ข้อดีคือมันเบาและแข็งแรงทนทานต่อแรงดึงมากๆ แต่มันมีจุดอ่อนร้ายแรงคือ “มันเปราะ” ครับ ลองนึกภาพฝากระโปรงเหล็กเดิมๆ โรงงาน เวลาโดนชนเบาๆ มันจะแค่ “บุบ” ซึ่งช่างสามารถเคาะ ดึง โป๊ว และพ่นสีทับให้กลับมาเนียนกริบได้ในราคาไม่กี่พันบาท แต่ถ้าเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ เวลาโดนกระแทก มันจะไม่บุบครับ แต่มันจะ “แตกหักและฉีกขาด” ทันที ซึ่งในทางวิศวกรรมแล้ว มันแทบจะซ่อมให้กลับมาแข็งแรงและลวดลายต่อกันสวยงามเหมือนเดิมไม่ได้เลย ทางเดียวคือต้อง “เปลี่ยนชิ้นใหม่ยกบาน” เท่านั้น

  • ฟิล์ม Wrap: มันคือพลาสติก (Polyvinyl Chloride) ที่แปะทับลงบนสีรถ เวลาโดนเฉี่ยวชนจนฟิล์มขาด ประกันไม่สามารถตัดฟิล์มมาปะกะรอยแหว่งให้มันเนียนได้ครับ เพราะสีฟิล์มลอตใหม่กับลอตเก่าที่ตากแดดมาแล้วสีมันจะเพี้ยนไม่เท่ากัน การซ่อมที่ถูกต้องคือต้อง “ลอกของเก่าออกทั้งชิ้น แล้ว Wrap ใหม่ทั้งบาน” ซึ่งเสียเวลาและเปลืองต้นทุนสุดๆ

 

2. ปัญหาเรื่อง “มูลค่า” ที่หามาตรฐานไม่ได้

 

นี่คือความปวดหัวขั้นสุดของเจ้าหน้าที่เคลมครับ รถยนต์มาตรฐานโรงงาน เขามีราคากลางของอะไหล่ทุกชิ้นชัดเจน ฝากระโปรง Vios ราคาเท่านี้ ไฟหน้า Civic ราคาเท่านี้ แต่พอเป็นของแต่งล่ะ?

ฝากระโปรงคาร์บอนลายเดียวกันเป๊ะ ร้าน A ขาย 15,000 บาท ร้าน B ขาย 25,000 บาท บอกว่าเป็นคาร์บอนแท้ผสมเรซินเกรดอวกาศ ส่วนร้าน C ขาย 8,000 บาท (แต่เป็นงานหุ้มผ้าคาร์บอนทับไฟเบอร์กลาสก๊อกแก๊ก) บริษัทประกันไม่สามารถหาบรรทัดฐานมาตีราคาของพวกนี้ได้เลยครับ แถมบางคนไปสั่งของแรร์ไอเทมมาจากต่างประเทศ ไม่มีใบเสร็จ ไม่มีราคากลาง พอเกิดเหตุขึ้นมาก็เรียกร้องจะเอาเงินก้อนโต ประกันเขาคำนวณแล้วว่า “ความเสี่ยงเรื่องการประเมินราคา” มันสูงเกินไป ควบคุมต้นทุนไม่ได้ เขาเลยตัดปัญหา ไม่รับเคลมมันซะเลย จบเรื่อง

 

3. พฤติกรรมความเสี่ยง 

 

อันนี้อาจจะแทงใจดำสายซิ่งนิดนึงนะครับ แต่บริษัทประกันเขามี Data สถิติอุบัติเหตุอยู่ในมือ เขาพบว่ารถที่มีการตกแต่งดัดแปลงตัวถัง ใส่ฝากระโปรงคาร์บอนโหลดเตี้ย มีแนวโน้มและสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่สูงกว่ารถบ้านเดิมๆ ทั่วไป (อาจจะด้วยความแรงของรถ หรือไลฟ์สไตล์การขับขี่) เมื่อความเสี่ยงสูง แถมอะไหล่แต่งก็แพงและซ่อมไม่ได้ สมการนี้ประกันมีแต่เจ๊งกับเจ๊งครับ

 

 

ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ สรุปเราจะได้อะไรบ้าง?

 

เอาล่ะครับ เมื่อความจริงมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่า ถ้าลูกรักที่หุ้มคาร์บอนมาเต็มลำ เกิดไปจูบตูดคันหน้า หรือโดนมอเตอร์ไซค์มาสอย เราจะต้องเจอกับขั้นตอนการเคลมแบบไหนบ้าง ผมแบ่งออกเป็น 2 สถานการณ์หลักๆ ที่คุณต้องเจอแน่ๆ ครับ

 

สถานการณ์ที่ 1: เราเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” (ชนเสา ขูดฟุตบาท)

 

เคสนี้คุณต้องใช้สิทธิ์จากประกันรถยนต์ของคุณเอง (เช่น ประกันชั้น 1) ซึ่งอย่างที่บอกไปครับว่า “ประกันจะซ่อมให้กลับไปเป็นสภาพมาตรฐานจากโรงงานเท่านั้น”

  • ถ้าฝากระโปรงคาร์บอนแตก: ประกันจะสั่งฝากระโปรงเหล็กของรุ่นรถคุณมา พ่นสีให้ตรงกับสีตัวรถเดิม (สมมติรถเดิมสีขาว เขาก็จะพ่นสีขาวให้) แล้วเอามาใส่ให้คุณแทนครับ ส่วนซากคาร์บอนที่แตก คุณก็ต้องทิ้งไป หรือถ้าอยากได้คาร์บอนเหมือนเดิม คุณต้อง “ควักเงินซื้อเอง 100%” ครับ

  • ถ้าฟิล์ม Wrap ถลอกหรือฉีกขาด: สมมติคุณเอารถสีดำ ไป Wrap เป็นสีชมพู แล้วไปขูดกำแพง ประกันจะจัดการเคาะรอยบุบ และ “พ่นสีดำ” ซึ่งเป็นสีเดิมโรงงานในจุดนั้นให้คุณครับ ประกันจะไม่จ่ายค่าฟิล์มสีชมพู และไม่จ่ายค่าแรงร้าน Wrap ให้คุณไปติดใหม่เด็ดขาด คุณต้องเอาเงินตัวเองไปจ้างร้าน Wrap ปะจุดนั้นเอง

 

สถานการณ์ที่ 2: เราเป็น “ฝ่ายถูก” (โดนชน และคู่กรณีเป็นฝ่ายผิดชัดเจน)

 

เคสนี้มีความหวังขึ้นมานิดนึงครับ แต่บอกเลยว่า “เหนื่อยรากเลือด” เพราะตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ทำละเมิด (ฝ่ายผิด) ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ทรัพย์สินกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ ซึ่งหมายความว่า คู่กรณีต้องชดใช้ค่าฝากระโปรงคาร์บอน หรือค่าติดฟิล์ม Wrap ให้คุณครับ

แต่ปัญหาคือ บริษัทประกันของคู่กรณี เขาก็จะอ้างระเบียบเดียวกับบริษัทคุณนั่นแหละครับ ว่าเขาไม่มีราคากลางของแต่งพวกนี้ * ขั้นตอนที่คุณต้องเจอ: ประกันของคู่กรณีจะตีเช็คเงินสดให้คุณก้อนหนึ่ง โดยประเมินจาก “ราคาอะไหล่เดิมโรงงาน + ค่าทำสี” (ซึ่งมันน้อยกว่าราคาคาร์บอนที่คุณซื้อมาแน่นอน)

  • ถ้าคุณไม่ยอม: คุณต้องหาหลักฐานใบเสร็จรับเงินตอนที่คุณไปซื้อของแต่งหรือทำ Wrap มา ไปตั้งโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยกับบริษัทประกันของคู่กรณี ถกเถียงเรื่องค่าเสื่อมสภาพ (ซื้อมาใช้กี่ปีแล้ว ต้องหักค่าเสื่อม) ซึ่งส่วนใหญ่ประกันจะจ่ายให้ไม่เต็มจำนวนตามใบเสร็จหรอกครับ

  • ถ้าตกลงกันไม่ได้: คุณต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับตัวคนชนเอาเองครับ (ซึ่งเสียเวลาและค่าทนาย บางทีก็ไม่คุ้มกับค่าของแต่ง)

ดังนั้น แม้คุณจะเป็นฝ่ายถูก คุณก็ไม่สามารถเดินเข้าไปอู่แล้วบอกว่า “พี่ครับ สั่งฝากระโปรงคาร์บอนบานใหม่ใส่ให้ผมเลยนะ ประกันคู่กรณีจ่าย” แบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงครับ คุณต้องสำรองเงินไปซื้อเอง แล้วเอาบิลไปตั้งเบิกและทะเลาะกับประกันคู่กรณีเองครับ

 

บทสรุป

ผมอยากให้บทความนี้เป็นเหมือนวัคซีนป้องกันความตกใจ ให้กับคนที่กำลังคิดจะเอารถไปแต่ง หรือคนที่แต่งมาแล้วแต่ยังไม่รู้ความจริงข้อนี้ จะได้เตรียมตัวเตรียมใจและขับรถด้วยความระมัดระวังมากขึ้นครับ

และถ้าเพื่อนๆ อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองเดินไปดูรถตัวเองที่จอดอยู่ ถ้าใครมีชิ้นส่วนคาร์บอน หรือ Wrap สีมา ขอให้ลูบมันเบาๆ แล้วบอกตัวเองว่า “เราต้องดูแลกันให้ดีๆ นะ เพราะประกันไม่คุ้มครองเราแล้ว”

ลงทะเบียนตอนนี้ เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และข่าวสารอัปเดตก่อนใคร