เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสได้นั่งฟัง Podcast ตอนหนึ่งของ Andrew Huberman ที่เชิญ Dr. Peter Attia (คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการมีอายุยืนยาว หรือ Longevity) มาคุยกันเรื่อง “มะเร็ง” ครับ
ตอนแรกผมกะว่าจะฟังผ่านๆ แต่พอฟังไปฟังมา… โอ้โห เนื้อหามันดีมากครับ! มันลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ผมเคยเข้าใจผิดไปหลายเรื่องเลย โดยเฉพาะเรื่องพันธุกรรม และเรื่องความอ้วน
ผมเลยสรุปประเด็นสำคัญๆ ที่ผมคิดว่าเป็น “A-ha Moment” มาแบ่งปันให้ทุกคนอ่านกันครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ในการดูแลตัวเองครับ
1. ความเสี่ยงโรคมะเร็งที่คุณ (อาจ) หนีไม่พ้น
เริ่มต้นคลิปด้วยตัวเลขที่ทำเอาน่าตกใจเลยครับ คุณหมอเปิดเผยสถิติระดับโลกว่า:
-
ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 11-12 ล้านคนต่อปี
-
พวกเราทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งในช่วงชีวิตหนึ่งสูงถึง 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4
-
และมีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากมันประมาณ 1 ใน 6
แต่มีประโยคหนึ่งที่กระแทกใจผมมากคือเรื่อง “มะเร็งต่อมลูกหมาก“ ครับ หมอบอกว่า “ผู้ชายทุกคนจะตายพร้อมกับมะเร็งต่อมลูกหมาก (Every man will die with prostate cancer)” หมายความว่าถ้าเราอายุยืนพอ เซลล์มะเร็งมันจะเกิดขึ้นแน่ๆ ฟังแล้วเหมือนเราไม่ควรอายุยืนเลย แต่ข่าวดีคือ “เราไม่ควรตายเพราะมัน” ครับ เพราะมันเป็นมะเร็งที่ตรวจเจอง่ายและรักษาได้ถ้ารู้ตัวเร็ว
2. มะเร็งไม่ใช่เรื่องของ “เวรกรรม” หรือ “พันธุกรรม” อย่างที่คิด
เมื่อก่อนผมเข้าใจว่า ใครจะเป็นมะเร็งนี่อยู่ที่ดวงหรือกรรมพันธุ์ล้วนๆ แต่คุณหมอ Peter บอกตัวเลขที่น่าตกใจครับว่า:
- พันธุกรรม : มีผลจริงๆ แค่ ไม่ถึง 5% ครับ (เช่น ยีน BRCA ที่ส่งต่อกันในครอบครัว)
- พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม : นี่คือสาเหตุหลัก อีก 95% ที่เหลือครับ!
แปลว่าอะไร? แปลว่า “เราเป็นคนกระทำ” ให้เกิดความเสี่ยงส่วนใหญ่ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสูบบุหรี่ หรือเรื่องอาหารการกิน ไม่ใช่แค่รอเสี่ยงดวงอย่างเดียว
3. อย่าดูแค่ BMI ให้ดู “รอบเอว” (กฎ 50%)
หมอย้ำชัดเจนว่า “ความอ้วน” คือปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 รองจากการสูบบุหรี่ แต่สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ไขมันที่พุงครับ แต่มันคือ “ภาวะดื้ออินซูลิน” ซึ่งพบได้ใน 2 ใน 3 ของคนที่มีน้ำหนักเกิน
และหมอยังบอกว่าค่า BMI (ดัชนีมวลกาย) เป็นตัวชี้วัดที่ห่วยครับ สิ่งที่ควรดูจริงๆ คือ Waist-to-Height Ratio คุณหมอให้สูตรเช็กตัวเองง่ายๆ ที่แม่นยำกว่า BMI คือ “รอบเอวต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของส่วนสูง” ครับ (เช่น ถ้าสูง 180 ซม. เอวห้ามเกิน 90 ซม.) ใครที่เริ่มลงพุง ต้องรีบจัดการด่วนเลยครับ เพราะมันเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของมะเร็งเลย
4. พลังของการ “เจอเร็ว” (ตัวเลข 10% vs 80%)
ทำไมต้องตรวจสุขภาพ ตัวเลขนี้คือคำตอบครับ หมอยกตัวอย่าง มะเร็งลำไส้ ให้เห็นภาพชัดมาก:
-
ถ้าเจอระยะ 4 (แพร่กระจายแล้ว): เรากำลังสู้กับเซลล์มะเร็งนับ “แสนล้านเซลล์” อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี มีเพียง 10-20%
-
ถ้าเจอระยะ 3 (ลุกลามเฉพาะที่/ต่อมน้ำเหลือง): อัตราการรอดชีวิตกระโดดขึ้นมาเป็น 80%!
เห็นไหมครับว่าแค่เจอเร็วขึ้น โอกาสรอดต่างกันราวฟ้ากับเหว หมอจึงย้ำว่า “Screening” หรือการคัดกรองคืออาวุธที่ดีที่สุดที่เรามีในตอนนี้
5. ระวัง “รังสี” จากการสแกน (อย่าให้เกิน 50 mSv)
หลายคนกลัวรังสีจากเครื่องบินหรือไมโครเวฟ แต่หมอ Peter เอาตัวเลขมากางให้ดูเลยว่า:
-
นักบินที่บินผ่านขั้วโลกเหนือ: ได้รับรังสีแค่ 5-10 mSv (มิลลิซีเวิร์ต) ต่อปี
-
คนทั่วไป: ควรได้รับรังสีไม่เกิน 50 mSv ต่อปี
แต่ตัวร้ายของจริงคือเครื่อง CT Scan ครับ!
-
การทำ CT Scan ทั่วไป (เช่น ตรวจช่องท้อง) อาจโดนรังสีสูงถึง 20-30 mSv ต่อครั้ง (ครั้งเดียวล่อไปครึ่งโควตาของปี!)
-
ยิ่งถ้าเจอเครื่องรุ่นเก่า อาจโดนหนักกว่านี้
เรื่องนี้พีคสุดสำหรับผมครับ เพราะผมเองก็เพิ่งไปทำ CT Scan แบบที่ต้องฉีสีด้วยครับทุกคน
คำแนะนำจากหมอ: ก่อนสแกนทุกครั้ง ให้ถามเลยว่า “เครื่องนี้ปล่อยรังสีเท่าไหร่?” เพราะเครื่องรุ่นใหม่ๆ หรือเทคนิคที่ดี สามารถลดรังสีเหลือแค่ 2 mSv ได้ครับ (ต่างกัน 10 เท่า!) อย่าลืมรักษาสิทธิ์ตรงนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเองนะครับ
ใครสนใจอยากลองฟัง podcast เต็มๆ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=7KCQ2A7NPpY





