ซื้อประกันออนไลน์

Back to top

เศษหินปูนจากเพื่อนบ้านตกใส่รถ

เศษหินปูนจากเพื่อนบ้านตกใส่รถ เคลมประกันได้ไหม

รถจอดอยู่ในบ้านดี ๆ แต่กลับมีเศษปูน เศษหิน กระเบื้อง หรือวัสดุก่อสร้างจากบ้านข้าง ๆ หล่นใส่จนตัวรถเป็นรอย กระจกแตก หรือฝากระโปรงบุบ เหตุการณ์แบบนี้ใครต้องรับผิดชอบ และประกันรถยนต์ของเราจะคุ้มครองหรือไม่?

กรณีนี้เคลมได้เฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 เนื่องจากเป็นความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันภัย โดยไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก

ส่วนประกันชั้น 2+, 3+, ชั้น 2 และชั้น 3 โดยทั่วไปจะไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของเราในลักษณะนี้ ผู้เสียหายจึงต้องเรียกร้องค่าซ่อมจากเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา หรือผู้ที่เป็นต้นเหตุโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ก่อนเคลื่อนย้ายรถหรือทำความสะอาดบริเวณเกิดเหตุ ควรเก็บหลักฐานและแจ้งบริษัทประกันทันที เพื่อรักษาสิทธิในการเคลมและการเรียกร้องค่าเสียหาย

 

เศษวัสดุก่อสร้างหล่นใส่รถ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

หากเศษวัสดุก่อสร้างจากบ้านข้างเคียงตกหรือกระเด็นมาใส่รถจนได้รับความเสียหาย ผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอาจต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏ

ผู้ที่อาจเป็นผู้รับผิดชอบ ได้แก่

  • เจ้าของบ้านที่กำลังต่อเติมหรือก่อสร้าง

  • ผู้รับเหมาก่อสร้าง

  • บริษัทหรือทีมช่างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

  • บุคคลที่ประมาทจนทำให้วัสดุตกใส่รถ

การระบุผู้รับผิดชอบต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ใครเป็นผู้กระทำให้เกิดเหตุ และมีหลักฐานเชื่อมโยงความเสียหายกับงานก่อสร้างหรือไม่

ดังนั้น แม้จะเห็นว่าเศษวัสดุมาจากบ้านข้าง ๆ อย่างชัดเจน ก็ไม่ควรรีบโต้เถียงหรือกล่าวหา ควรถ่ายภาพ เก็บหลักฐาน และติดต่อบริษัทประกันก่อน

 

ประกันรถยนต์ประเภทไหนคุ้มครอง

ความคุ้มครองจะแตกต่างกันตามประเภทประกันรถยนต์ที่ทำไว้

 

ประกันรถยนต์ชั้น 1: เคลมได้

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันภัย แม้เหตุการณ์นั้นจะไม่ได้เกิดจากการชนกับรถยนต์คันอื่น เช่น

  • เศษปูนหล่นใส่รถ

  • กระเบื้องหลังคาปลิวใส่รถ

  • สิ่งของจากอาคารตกใส่รถ

  • กิ่งไม้หล่นทับรถ

  • รถถูกขูดหรือได้รับความเสียหายขณะจอด

  • วัตถุกระเด็นมาโดนตัวรถ

ดังนั้น หากทำประกันชั้น 1 ไว้ สามารถแจ้งบริษัทประกันเพื่อตรวจสอบความเสียหายและดำเนินการเคลมได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันควรแจ้งเหตุให้บริษัทประกันทราบก่อนนำรถเข้าซ่อม และต้องให้ข้อมูลตามความเป็นจริง รวมถึงส่งหลักฐานที่แสดงถึงสาเหตุของความเสียหายอย่างครบถ้วน

 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+: โดยทั่วไปเคลมรถของเราไม่ได้

ประกันชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันภัยในกรณีที่เกิดการชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถระบุคู่กรณีได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แต่กรณีเศษปูนหรือวัสดุก่อสร้างหล่นใส่รถ ไม่ถือเป็นการชนกับยานพาหนะทางบก จึงไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของประกันประเภทนี้ ผู้เสียหายต้องเรียกร้องค่าซ่อมจากผู้ก่อเหตุโดยตรง

 

ประกันรถยนต์ชั้น 2 และชั้น 3: ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ

ประกันรถยนต์ชั้น 2 และชั้น 3 ไม่มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันภัยในกรณีนี้ หากรถได้รับความเสียหายจากเศษวัสดุก่อสร้าง ผู้เสียหายต้องเจรจาและเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา หรือผู้ก่อเหตุเอง

ตารางสรุปความคุ้มครอง

ประเภทประกันรถยนต์ เคลมความเสียหายของรถเราได้หรือไม่ หมายเหตุ
ประกันชั้น 1 ✔ เคลมได้ แจ้งบริษัทประกันและเตรียมหลักฐานของเหตุการณ์
ประกันชั้น 2+ โดยทั่วไปเคลมไม่ได้ ไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก
ประกันชั้น 3+ โดยทั่วไปเคลมไม่ได้ ไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก
ประกันชั้น 2 ✘ เคลมไม่ได้ ไม่มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถในกรณีนี้
ประกันชั้น 3 ✘ เคลมไม่ได้ ต้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุโดยตรง

ประกันชั้น 1 จ่ายค่าซ่อมแล้ว ใครเป็นคนเรียกเก็บจากผู้ก่อเหตุ

เมื่อบริษัทประกันชั้น 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว บริษัทประกันอาจใช้หลักที่เรียกว่า “การรับช่วงสิทธิ” เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายคืนจากผู้ที่เป็นต้นเหตุ

อธิบายง่าย ๆ คือ บริษัทประกันดำเนินการซ่อมรถให้ผู้เอาประกันภัยก่อน จากนั้นจึงใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา หรือผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ผู้เอาประกันจึงควรให้ความร่วมมือกับบริษัทประกัน เช่น

  • ส่งมอบภาพถ่ายและวิดีโอจากจุดเกิดเหตุ

  • แจ้งชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้ก่อเหตุ

  • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมา

  • เก็บข้อความสนทนาหรือหลักฐานการยอมรับผิด

  • ไม่ทำข้อตกลงยุติเรื่องหรือสละสิทธิเองโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน

หากผู้เอาประกันรับเงินจากคู่กรณีหรือทำข้อตกลงกันเอง ควรแจ้งบริษัทประกันก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิในการเคลมหรือการรับช่วงสิทธิของบริษัทประกัน

รถถูกเศษปูนหล่นใส่ ต้องทำอย่างไร

เมื่อพบว่ารถได้รับความเสียหาย ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

 

1. อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายรถหรือปัดเศษวัสดุออก

หากบริเวณนั้นยังปลอดภัย ควรเก็บสภาพจุดเกิดเหตุไว้ก่อน เพื่อให้สามารถถ่ายภาพแสดงตำแหน่งของรถ เศษวัสดุ และพื้นที่ก่อสร้างได้อย่างชัดเจน

แต่หากยังมีวัสดุหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ควรออกจากพื้นที่เสี่ยงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนการเก็บหลักฐาน

 

2. ถ่ายภาพและวิดีโอให้ครบ

ควรถ่ายหลักฐานทั้งภาพมุมกว้างและภาพระยะใกล้ ได้แก่

  • ตำแหน่งที่จอดรถ

  • บ้านหรืออาคารที่กำลังก่อสร้าง

  • ระยะห่างระหว่างพื้นที่ก่อสร้างกับรถ

  • เศษปูน เศษหิน หรือวัสดุที่ตกอยู่บนรถ

  • รอยขีดข่วน รอยบุบ หรือกระจกที่เสียหาย

  • วันและเวลาที่พบเหตุ

  • ป้ายชื่อผู้รับเหมา หากมี

  • กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง

ไม่ควรถ่ายเฉพาะรอยบนรถ เพราะอาจยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าวัสดุดังกล่าวมาจากพื้นที่ก่อสร้างข้างเคียง

 

3. แจ้งเจ้าของบ้านหรือผู้ควบคุมงาน

พูดคุยด้วยเหตุผลและเชิญให้อีกฝ่ายมาตรวจสอบสภาพรถพร้อมกัน เช่น

“พบว่ามีเศษวัสดุจากบริเวณที่กำลังก่อสร้างตกลงมาใส่รถจนได้รับความเสียหาย รบกวนช่วยมาตรวจสอบและบันทึกเหตุการณ์ร่วมกันครับ”

หากอีกฝ่ายยอมรับว่าเกิดจากงานก่อสร้าง ควรบันทึกข้อความหรือจัดทำหลักฐานการยอมรับเหตุไว้ ไม่ควรตกลงเพียงด้วยวาจา

 

4. โทรแจ้งบริษัทประกันทันที

ผู้ที่มีประกันชั้น 1 ควรแจ้งบริษัทประกันให้เข้าตรวจสอบก่อนนำรถไปซ่อม โดยแจ้งรายละเอียดว่า

  • รถจอดอยู่ที่ใด

  • พบความเสียหายเมื่อใด

  • วัสดุชนิดใดหล่นใส่รถ

  • ทราบตัวผู้ก่อเหตุหรือไม่

  • มีภาพจากกล้องวงจรปิดหรือพยานหรือไม่

พนักงานเคลมจะตรวจสอบหลักฐาน ประเมินลักษณะเหตุ และแนะนำขั้นตอนนำรถเข้าซ่อมตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 

5. ลงบันทึกประจำวันเมื่อมีข้อโต้แย้ง

หากผู้ก่อเหตุไม่ยอมรับผิด ปฏิเสธว่าเศษวัสดุมาจากพื้นที่ของตน หรือเหตุการณ์มีความเสียหายสูง ควรนำหลักฐานไปลงบันทึกประจำวันไว้

บันทึกประจำวันไม่ใช่ข้อยุติว่าใครเป็นฝ่ายผิด แต่สามารถใช้เป็นหลักฐานว่าได้แจ้งเหตุไว้ในวันและเวลาที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง

 

6. อย่าเพิ่งนำรถไปซ่อมเอง

ไม่ควรนำรถไปซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนที่บริษัทประกันจะตรวจสอบและอนุมัติ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากบริษัทประกันแล้ว เพราะอาจทำให้ตรวจสอบสาเหตุและประเมินความเสียหายได้ยากขึ้น

 

คุยกับเพื่อนบ้านเอง หรือแจ้งประกันก่อนดี

ผู้ที่ทำประกันชั้น 1 ควรแจ้งบริษัทประกันไว้ก่อน แม้เพื่อนบ้านจะแสดงความรับผิดชอบและยินดีจ่ายค่าซ่อมก็ตาม

เหตุผลคือความเสียหายที่เห็นภายนอกอาจไม่ใช่ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น กระจกอาจมีรอยร้าวเล็ก ๆ สีรถอาจเสียหายถึงชั้นพื้น หรือฝากระโปรงอาจเสียรูปมากกว่าที่สังเกตด้วยตาเปล่า

หากตกลงรับเงินกันเองต่ำกว่าค่าซ่อมจริง แล้วภายหลังพบความเสียหายเพิ่มเติม อาจเรียกร้องส่วนต่างได้ยาก

แนวทางที่ปลอดภัยกว่า คือ

  1. เก็บหลักฐาน

  2. แจ้งบริษัทประกัน

  3. ให้เจ้าหน้าที่หรืออู่ประเมินความเสียหาย

  4. ค่อยตกลงแนวทางรับผิดชอบกับผู้ก่อเหตุ

วิธีนี้ช่วยลดความขัดแย้งและทำให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลค่าความเสียหายที่ชัดเจน

 

ถ้าไม่มีประกันชั้น 1 ต้องเรียกร้องค่าเสียหายอย่างไร

ผู้ที่ทำประกันชั้น 2+, 3+, ชั้น 2 หรือชั้น 3 ยังสามารถเรียกร้องค่าซ่อมจากผู้ก่อเหตุได้ แม้ประกันรถยนต์ของตนเองจะไม่คุ้มครองความเสียหายดังกล่าว

สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ภาพถ่ายและวิดีโอจากจุดเกิดเหตุ

  • ภาพจากกล้องวงจรปิด

  • ข้อมูลพยาน

  • หลักฐานการสนทนากับเจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมา

  • ใบประเมินราคาซ่อมจากอู่

  • ใบเสร็จรับเงินและเอกสารค่าซ่อม

  • บันทึกประจำวัน หากมีข้อโต้แย้ง

หากตกลงกันได้ ควรทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุจำนวนเงิน วิธีชำระ และกำหนดวันที่ชัดเจน

หากตกลงกันไม่ได้ อาจต้องใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมาย โดยพิจารณาดำเนินการกับบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบตามข้อเท็จจริง

 

ค่าความเสียหายส่วนแรกต้องจ่ายหรือไม่

การมีประกันชั้น 1 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายทุกกรณี ผู้เอาประกันอาจต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น กรณีที่ไม่สามารถระบุสาเหตุหรือผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

แต่หากมีหลักฐานชัดเจนว่าวัสดุมาจากบ้านข้างเคียงและสามารถระบุตัวผู้รับผิดชอบได้ บริษัทประกันจะใช้ข้อมูลดังกล่าวพิจารณาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

จึงควรสอบถามบริษัทประกันให้ชัดเจนก่อนดำเนินการซ่อมว่า มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือค่าใช้จ่ายใดที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบหรือไม่

 

สรุป: เศษปูนหล่นใส่รถ เคลมประกันได้ไหม?

กรณีเศษปูน เศษหิน กระเบื้อง หรือวัสดุก่อสร้างจากบ้านข้าง ๆ หล่นใส่รถจนได้รับความเสียหาย สรุปได้ดังนี้

  • ประกันชั้น 1: เคลมได้ โดยต้องแจ้งบริษัทประกันและส่งหลักฐานประกอบ

  • ประกันชั้น 2+ และ 3+: โดยทั่วไปเคลมความเสียหายของรถเราไม่ได้ เพราะไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก

  • ประกันชั้น 2 และชั้น 3: ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถในกรณีนี้

  • ผู้ที่ไม่มีความคุ้มครองต้องเรียกร้องค่าซ่อมจากผู้ก่อเหตุโดยตรง

  • ควรถ่ายภาพ เก็บวิดีโอ หาพยาน และแจ้งบริษัทประกันก่อนนำรถไปซ่อม

  • หากบริษัทประกันชั้น 1 ชดใช้ค่าเสียหายแล้ว บริษัทประกันอาจรับช่วงสิทธิไปเรียกร้องจากผู้ก่อเหตุต่อไป

เหตุการณ์ลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ได้ช่วยเฉพาะเวลารถชนรถเท่านั้น แต่ยังช่วยรับมือกับความเสียหายที่เกิดจากสิ่งของหรือเหตุไม่คาดคิดรอบตัว ทำให้เจ้าของรถไม่ต้องเจรจาและรับภาระค่าซ่อมเพียงลำพัง

รายละเอียดความคุ้มครอง ค่าเสียหายส่วนแรก และขั้นตอนการเคลมอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท ผู้เอาประกันควรตรวจสอบกรมธรรม์และสอบถามบริษัทประกันก่อนนำรถเข้าซ่อม

ลงทะเบียนตอนนี้ เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาสำคัญ และข่าวสารอัปเดตก่อนใคร
ลงทะเบียน