ซื้อประกันออนไลน์

Back to top

เรามีบริษัทประกันชั้นนำให้เลือกมากกว่า 20 บริษัท

กรุงเทพ

ประกันรถยนต์ Toyota

ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์

ประวัติ Brand รถยนต์ Toyota

ประวัติศาสตร์ของ Toyota ไม่ได้เริ่มต้นที่รถยนต์ แต่เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ **ซากิจิ โตโยดะ (Sakichi Toyoda)** ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งนักประดิษฐ์ญี่ปุ่น” ได้ก่อตั้งบริษัท **Toyoda Automatic Loom Works**  ขึ้นในปี ค.ศ. 1926 เพื่อผลิตเครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง

การเปลี่ยนผ่านสู่แผนกรถยนต์

คิอิจิโร โตโยดะ (Kiichiro Toyoda) บุตรชายของซากิจิ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเล็งเห็นอนาคตของยนตรกรรม เขาได้เดินทางไปยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาอุตสาหกรรมรถยนต์ และกลับมาโน้มน้าวให้บิดาอนุญาตให้เปิดแผนกผลิตรถยนต์ขึ้นภายในบริษัทเครื่องทอผ้า ในปี ค.ศ. 1933

การกำเนิดรถยนต์รุ่นแรกและการเปลี่ยนชื่อแบรนด์

Model AA และการก่อตั้งบริษัท

ในปี ค.ศ. 1936 รถยนต์ต้นแบบรุ่นแรกได้ถือกำเนิดขึ้นในชื่อ **Model AA** ซึ่งได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากรถยนต์อเมริกันในยุคนั้น ต่อมาในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1937 แผนกรถยนต์ได้แยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระอย่างเป็นทางการในชื่อ **Toyota Motor Co., Ltd.**

 

จาก Toyoda สู่ Toyota

เดิมทีรถยนต์ถูกจำหน่ายภายใต้นามสกุลของผู้ก่อตั้งคือ “Toyoda” แต่มีการจัดประกวดชื่อใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลและการตลาด ผลลัพธ์คือการเปลี่ยนเป็น **”Toyota”** ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ:
1. การเขียนคำว่า Toyota ในตัวอักษรคาทากานะ (トヨタ) ใช้จำนวนขีดทั้งหมด **8 ขีด** ซึ่งถือเป็นเลขมงคลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น (หมายถึงความมั่งคั่งที่เพิ่มพูน)
2. เสียงฟังดูชัดเจนและสละสลวยกว่า
3. เพื่อแยกเรื่องส่วนตัวของตระกูลออกจากธุรกิจองค์กร

ยุคหลังสงครามและระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS)

 

วิกฤตและการสร้างนวัตกรรม

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอย โตโยต้าเกือบจะล้มละลายในปี ค.ศ. 1949 แต่บริษัทสามารถรอดพ้นมาได้และเริ่มปฏิรูประบบการผลิต สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในยุคนี้คือการคิดค้น **Toyota Production System (TPS)** หรือระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time) โดย **ไทอิจิ โอโนะ (Taiichi Ohno)** ซึ่งเน้นการลดความสูญเปล่าและเพิ่มประสิทธิภาพ จนกลายเป็นต้นแบบการผลิต “Lean Manufacturing” ไปทั่วโลก

Toyota Crown และการบุกตลาดสหรัฐฯ

ในปี ค.ศ. 1957 โตโยต้าพยายามเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาด้วยรุ่น **Toyota Crown** แต่ไม่ประสบความสำเร็จในทันทีเนื่องจากสมรรถนะยังไม่เหมาะกับถนนไฮเวย์ของอเมริกา อย่างไรก็ตาม โตโยต้าได้เรียนรู้และปรับปรุงคุณภาพอย่างรวดเร็ว จนสามารถกลับมาประสบความสำเร็จด้วยรุ่น **Corona** ในปี ค.ศ. 1965

ความสำเร็จระดับโลกและรถยนต์ในตำนาน

 

ยุคแห่ง Corolla

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1966 เมื่อโตโยต้าเปิดตัว **Toyota Corolla** รถยนต์คอมแพคที่เน้นความคุ้มค่า ทนทาน และประหยัดน้ำมัน Corolla กลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลก (Best-selling car) และสร้างชื่อเสียงเรื่องความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน

การขยายอาณาจักร

ในช่วงทศวรรษ 1980 โตโยต้าได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างเต็มตัว โดยมีการตั้งโรงงานผลิตในหลายประเทศ รวมถึงการร่วมทุนกับ General Motors ในสหรัฐอเมริกา (NUMMI) เพื่อเรียนรู้และขยายฐานการผลิต

ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและรถยนต์หรู

 

กำเนิด Lexus

เพื่อลบภาพลักษณ์ว่าเป็นเพียงผู้ผลิตรถราคาประหยัดและท้าชนกับค่ายรถหรูจากเยอรมนี โตโยต้าได้เปิดตัวแบรนด์หรู **Lexus** ในปี ค.ศ. 1989 ด้วยรุ่น **LS 400** ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านความเงียบ ความนุ่มนวล และคุณภาพการประกอบ

ผู้นำด้าน Hybrid และ Prius

ในปี ค.ศ. 1997 โตโยต้าได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว **Toyota Prius** ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ผลิตจำหน่ายในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก เป็นการปักธงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีรักษ์โลกและรถยนต์ประหยัดพลังงาน

โตโยต้าในปัจจุบัน

 

สถานะในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

ปัจจุบัน Toyota Motor Corporation เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (แข่งขันสลับกับ Volkswagen Group) โดยมีแบรนด์ในเครือมากมาย เช่น Toyota, Lexus, Daihatsu และ Hino

ทิศทางสู่อนาคต

ภายใต้การนำของทายาทตระกูลและผู้บริหารยุคใหม่ โตโยต้ากำลังมุ่งเน้นไปที่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย (Multi-pathway) ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ภายใต้ตระกูล **bZ**, รถยนต์ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน (FCEV) อย่างรุ่น **Mirai** เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้คนทั่วโลก

วิธีลดค่าเบี้ยประกันภัย

หากปีที่ผ่านมาคุณขับรถดี “ไม่มีการเคลมเลย” หรือ “เป็นฝ่ายถูกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ” คุณจะได้รับส่วนลดเบี้ยในปีถัดไป โดยอัตราส่วนลดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนปี ดังนี้:

  • ปีที่ 1: ลด 20%

  • ปีที่ 2: ลด 30%

  • ปีที่ 3: ลด 40%

  • ปีที่ 4 ขึ้นไป: ลดสูงสุด 50%

หากรถคันนี้มีคนขับประจำไม่เกิน 2 คน การระบุชื่อผู้ขับขี่ลงในกรมธรรม์จะช่วยลดเบี้ยได้มาก (โดยส่วนลดจะคิดตามอายุของผู้ขับขี่ที่อายุน้อยที่สุด):

  • อายุ 18-24 ปี: ลด 5%

  • อายุ 25-35 ปี: ลด 10%

  • อายุ 36-50 ปี: ลด 15%

  • อายุ 50 ปีขึ้นไป: ลด 20%

คือการที่คุณตกลงกับบริษัทประกันว่าจะ “จ่ายเองส่วนหนึ่ง” เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด (เช่น 2,000 – 5,000 บาทแรก)

  • วิธีนี้จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงได้โดยตรงตามจำนวนเงินที่คุณเลือกยอมจ่ายเอง

  • เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจว่าขับรถระมัดระวัง ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ

ตามประกาศของ คปภ. หากรถยนต์ของคุณติดตั้งกล้องวงจรปิด จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม 5 – 10% ทันที

  • ซ่อมศูนย์ (ห้าง): เบี้ยจะแพงกว่า เพราะค่าแรงและค่าอะไหล่มาตรฐานศูนย์บริการ
  • ซ่อมชาวบ้าน (อู่): เบี้ยจะถูกกว่าประมาณ 10-30% เหมาะสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 3-5 ปี หรือรถตลาดที่หาอะไหล่เทียบได้ง่าย

 

บทความเกี่ยวกับ ประกันรถยนต์

มีประกันเฉพาะรุ่นดีเลยครับ

kittikun

เพิ่งมีรถคันแรกค่ะเวลาขับออกถนนใหญ่ไม่ค่อยมั่นใจ แต่หนูทำประกันชั้น 1 ไว้อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้นก็มีประกันค่ะ ไม่โดนพ่อแม่ว่าด้วยค่ะ

Pimchanok

พนักงานดูแลดีมีปัญหาเรื่องการเคลมก็ช่วยประสานงานให้ค่ะ

Chonnikarn

Review จากผู้ใช้งาน

ชีวิตที่มั่นคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเตรียมพร้อม